ง่วงนอนทั้งวัน ระวังเป็นลมหลับโดยไม่รู้ตัว !

ง่วงนอนทั้งวัน

ง่วงนอนทั้งวัน : เนื่องจากใน 1 วัน เราคงจะรู้ดีว่า คนเราต้องแบ่งเวลาในการนอน กิน ทำงาน และ อื่นๆ ซึ่งในการทำงานนั้น กินเวลามากกว่า 8 ชั่วโมง ดังนั้นในบางคน อาจจะพบว่าตนเองนั้นมีอาการ ง่วงนอนทั้งวัน ในระหว่างการทำงานก็ดี หรือ ในช่วงกลางวันของวันอื่นๆ แม้ไม่ได้ทำงาน ขนาดทำกิจกรรม ที่มี Activity สูงๆ (การตื่นตัว) ยังทำให้คุณง่วงได้ ไม่เว้นช่วงเหมือนกัน ทำไมกันละ?

นั่นคือคำถาม ที่หลายคนอาจจะสงสัย เนื่องจากเราต่างคิดว่า เมื่อคืนก็นอนพอ หลับเต็มอิ่ม แล้วทำไมยังมีอาการแบบนี้เกิดขึ้น อะไรทำให้เราง่วงทั้งวัน เราควรทำยังไง กับเหตุการณ์ง่วงนอนแบบนี้ เพราะต้องยอมรับว่า บางครั้งอาการง่วงนอนแบบนี้ ส่งผลกระทบต่อเรื่องของการใช้ชีวิต และ กิจวัตรของคุณแน่นอน

เพราะถ้าคุณมัวแต่หาว หรือ ง่วงนอน คงไม่มีจิตใจในการทำอะไร เนื่องจากปัญหาง่วงซึมนั้น ทำให้คุณไม่อยากจะทำอะไร นอกจากการนอน อีกหนึ่งประเด็นที่น่าห่วงไม่แพ้กันคือ คนที่เห็นว่าคุณมักจะ ง่วงเหงาหาวนอนนั้น ตีความไปเองว่าคุณช่างเป็นคนขี้เกียจเสียนี่ เพราะไม่ทันทำอะไร ก็หาว ก็ง่วงเสียแล้ว

แต่ใครจะคิดละว่า หากให้มองย้อนกลับมาจริงๆ แล้ว อาการง่วง หรือ ต้องการนอนตลอดทั้งวันนั้น บางทีอาจจะมีเหตุมาจากสิ่งอื่นๆ หรือ ปัจจัยอื่นๆ ที่มากกว่าการเป็นคนขี้เกียจก็ได้ เพราะหากสังเกตให้ดีแล้ว ยังมีโรคที่ทำให้เราอาจจะต้องตกใจ เมื่อรับรู้ถึงอาการของมัน ถึงแม้เป็นโรคที่ไม่ค่อยคุ้นหูนัก แต่โรคที่ทำให้คุณง่วงอยู่ตลอดทั้งวันนั้น มีอยู่จริง

ในภาษาทางการแพทย์ เรียกโรคนี้ว่า โรคลมหลับ แค่ได้ยินก็แปลกแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่า โรคลมหลับคืออะไรกัน?

โรคลมหลับ : เป็นอาการผิดปกติ ที่ส่งผลถึงผู้ที่เป็นโรค ทำให้เกิดวงจรหยุดชะงัก ของวงจรการตื่นหรือนอนหลับ ทำให้เกิดอาการง่วงซึม ระหว่างวันอย่างน่าประหลาดใจ แม้ในขณะเรียน ทำงาน ทำกิจกรรม เล่นกีฬา หรือแม้แต่ยามว่าง อาการของโรคนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และมักส่งผลกระทบเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิต และโรคลมหลับ ที่กล่าวถึง คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า พบได้บ่อยเป็น อันดับที่ 2 รองจากอาการ หยุดหายใจขณะหลับเท่านั้น 

เมื่อกล่าวถึงความไปเป็นเป็นมา และอาการของโรค โรคลมหลับ มีที่มา หรือ สาเหตุมาจากอะไร?

1.สารเคมีในสมอง โดยเรื่องสารเคมีในสมองนั้น ถูกจัดให้เป็นสาเหตุสำคัญลำดับแรกๆ เนื่องจากสารที่ชื่อว่า ไฮโปรเคตินนั้น ถูกกระตุ้นน้อยกว่าปกติ ในหมู่ของคนที่เป็นโรคลมหลับ โดยไฮโปรเคติน คือสารที่กระตุ้นให้สมองตื่น นั่นเอง

2.พันธุกรรม โดยในประวัติของผู้ที่ป่วยโรคนี้ พบว่าในครอบครัวนั้น มักไม่มีประวัติผู้เป็น แต่กลับพบในญาติใกล้ๆ ของผู้ป่วยมากกว่า และ ยังพบว่าพันธุกรรมแหละ ที่เป็นตัวขัดขวางสมองไม่ให้ผลิต ไฮโปรดเคติน

3.โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง นักวิจัยชี้แจงว่า ผู้ที่มีอาการลมหลับนั้น มักมีอาการหลับผล็อยรวมด้วย เนื่องด้วยอาจจะมีการเกี่ยวกับเรื่องการสูญเสียเซลล์สมอง ในการผลิตไฮโปเคติน ซึ่งเกิดจากภูคุ้มกันของร่างกาย ทำลายตัวเอง ส่งผลกระทบ ให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายนั้น ทำงานผิดพลาด จนกลายเป็นโจมตีเซลล์ในสมองซะเอง

4.การบาดเจ็บรุนแรง เป็นกรณีที่พบได้ไม่บ่อย โรคลมหลับอาจจะมีสาเหตุ และ เป็นผลลัพธ์มาจากอาการบาดเจ็บที่รุนแรงบางส่วน หรือในส่วนของสมอง ที่ควบคุมเรื่องของการนอนหลับ ในช่วง REM หรือการเคลื่อนไหวลูกตาอย่างรวดเร็ว ในเฟซของการนอน หรือ เนื้องอกในสมอง รวมถึงโรคอื่นๆ ที่สามารถเกิดขึ้น และมีผลเกี่ยวเนื่องกัน ในพื้นที่ดังกล่าว

5.สาเหตุอื่นๆ การติดเชื้อ สัมผัสพิษ หรือ แม้แต่ความเครียดนั้น ก็อาจจะเป็นตัวแปร ที่ทำให้โรคลมหลับนั้น เกิดขึ้นกับคุณได้เช่นเดียวกัน รวมถึงเรื่องการนอนที่มากไป หรือการทำงานแบบเป็นกะ

พินิจให้ชัดเจน อาการของลมหลับ เป็นอย่างไรกันแน่ ทำไม ง่วงนอนทั้งวัน

โดยหากให้กล่าวถึงนั้น ลมหลับคงเป็นอาการของการง่วงนอน ในช่วงเวลากลางวัน พร้อมหลับได้ตลอดเวลา และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต กิจกรรม รวมถึงกิจวัตรต่างๆ เพราะฟังก์ชันของคุณ อาจจะไม่สามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง เพราะอาการง่วงซึมตลอดเวลานั้น เป็นตัวขัดขวาง แม้ว่ากลางคืน คุณจะนอนมาเต็มที่แล้วก็ตามที รวมถึงเรื่องของการไร้พลัง ในการทำกิจกรรมต่างๆ ซึมเศร้า หรือ อ่อนเพลียอย่างมาก และในบางรายอาจพบว่า ในอาการดังกล่าวนั้นส่งผลกระทบต่อเรื่องของความจำ ขาดสมาธิ ในการเรียน และ การทำงาน

สำหรับในบางกรณี ของผู้ป่วยที่มีอาการหลับ ระยะสั้น Sleep-Short เป็นอาการที่ผู้ป่วยนั้น จะหลับเพียง 40% โดยที่ไม่รู้ตัวว่าหลับ เพราะยังสามารถปฏิบัติฟังก์ชันที่ทำอยู่ ต่อไปได้ ในเรื่องที่กล่าวถึงนี้ หมายถึงการเรียน ทำงาน หรือแม้แต่ขับรถ เป็นขั้นของการสติชั่วคราว แต่ยังสามารถทำต่อได้ แบบไม่เต็ม 100% ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่นแน่นอน

ในส่วนของภาวะ ผล็อยหลับ 70 % ซึ่งเป็นอาการร่วมของผู้ที่ เป็นโรคลมหลับ และ มีการผล็อยหลับร่วมกันด้วย โดยร่างกายนั้น จะเสียภาวะความตึงตัว ของทางด้านกล้ามเนื้อไป ในขณะที่ตื่น ทำให้มีอาการอ่อนแรง เนื่องจากควบคุมกล้ามเนื้อลายไม่ได้ ภาวะหลับผล็อย ยังเกิดได้ทุกเมื่อในขณะตื่นอีกด้วย และขนาดของความรุนแรงก็แตกต่างกันไป การสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อนั้น ส่งผลถึงการควบคุมเปลือกตาของคุณด้วย เนื่องจากมีผลทำให้เปลือกตกลง หรือ ในกรณีที่หนักมากๆ นั้น ทำให้เสียการควบคุมกล้ามเนื้อ และการเคลื่อนไหวไปเลย ไม่แม้แต่จะพูดคุย หรือ เปิดตาได้ แม้ในช่วงนั้นคุณจะมีสติเต็มร้อยก็ตาม

ผีอำ ต้องบอกเลยว่า หากกล่าวถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เราต่างนึกถึงบางสิ่งบางอย่าง ที่เราจับต้องไม่ได้ จินตนาการไม่ได้ หรือผูกกับเรื่องของความเชื่อ ผีสาง และวิญญาณ แต่ในกรณีของโรคนี้นั้น มีความเกี่ยวโยงกับเรื่องของผีอำ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติแต่อย่างไร เนื่องจากอาการดังกล่าว มักจะเกิดขึ้นใช่ช่วงที่เรานอนใกล้จะหลับ แล้วรู้สึกขยับตัวไม่ได้ แต่ยังมีสติ คนต่างคิดว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับผีมาอำ ไม่ให้ขยับตัว แต่ความจริงแล้ว มีความเกี่ยวข้องกับโรคนี้เช่นกัน

ประสาทหลอน มักเกิดในอาการที่มองภาพเหมือนจริง แต่ไม่มีอยู่จริง โดยอาจจะเกิดขึ้น ขณะกำลังเคลิ้มหลับ การเคลิ้มตื่น หรือหลับสนิทอยู่ก็ได้ อาจเป็นอาการร่วมของ อาการผีอำ

การรักษาโรค ลมหลับ

how to slove always sleepy

1.ใช้ยากระตุ้นให้ตื่น เช่น เมโดฟินิล และ อาร์โมดาฟินิล มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทสมองส่วนกลาง ช่วยให้ผู้ที่เป็นโรคลมหลับ ตื่นได้ในตอนกลางวัน เป็นยายอดนิยมในผู้ป่วย เมื่อใช้แล้วนั้น จะไม่รู้สึกติดยา เหมือนยาจำพวกกระตุ้นประสาท และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเหมือนยากระตุ้นรุ่นเก่า

2.แอมเฟตามีน แพทย์อาจจะแนะนำให้รับยาในกลุ่มของเมทิลเฟนิเดต ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของแอมเฟตามีน สามารถช่วยรักษาอาการง่วงนอนมากผิดปกติ ในเวลากลางวัน แต่กลุ่มนี้มีผลข้างเคียง ที่ทำให้เกิดอาการกระวนกระวายใจ ใจสั่น และอาจจะทำให้ติดยาได้ นอกจากนี้มักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

3.ยาต้านเศร้า 2 กลุ่ม คือ SSRIs & SNRIs และ Tricyclic ที่มีผลช่วยในการบรรเทา และรักษา อาการผล็อยหลับได้เช่นเดียวกัน

4.โซเดียมออกซิเบต มีประสิทธิภาพในการรักษา อาการผล็อยหลับ และช่วยให้คุณภาพการนอนหลับตอนกลางคืนดีขึ้นอีกด้วย รวมทั้งควบคุมอาการง่วงนอนในระหว่างวัน หากใช้ในประมาณสูง

การดูแลตัวเองของผู้ที่เป็นโรคลมหลับ

1.หยุดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ การทำกิจกรรมทั้งสองแบบ เป็นตัวกระตุ้นให้อาการลมหลับหนักขึ้น หรือ ทรุดตัวลงได้

2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายก่อนช่วงเวลานอน เพราะช่วยให้ตื่นตัว ระหว่างวัน และ นอนหลับสนิทในเวลากลางคืนได้ดีขึ้น

3.สร้างตารางการนอน การมีช่วงเวลาเข้านอนอย่างสม่ำเสมอ เป็นอะไรที่ทำให้ชีวิตคุณจัดการง่ายขึ้น รวมถึงวันหยุดในสัปดาห์ด้วย และจัดตารางงีบหลับสั้นๆ ในระหว่างวัน การนอนสัก 20 นาที จะช่วยลดอาการง่วงนอนได้ดีขึ้น และ ช่วยให้คุณสดชื่นหลังตื่น

แท้จริงอาการทุกอาการ ที่เกิดขึ้นแล้วทำให้ชีวิตของคุณ ดำเนินไปด้วยความตะกุกตะกัก หรือ ลำบาก อาจมีสาเหตุมาจากการเป็นโรคบางอย่างก็ได้ หมั่นตรวจ และ ดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ