แยกห้องนอนให้ลูก เมื่อไหร่ดี?

แยกห้องนอนให้ลูก

แยกห้องนอนให้ลูก เมื่อไหร่ดี?

แยกห้องนอนให้ลูก : พ่อแม่หลายคน คงมีข้อสงสัย สำหรับประเด็นเรื่องของห้องนอนของลูก เนื่องจากตั้งแต่แรกเกิดมานั้น ลูกนอนอยู่ห้องเดียวกับคุณเสมอ เพื่อความสะดวกในเรื่องของการดูแล เรื่องของการให้นม หรือเรื่องของการจัดการ เมื่อลูกของคุณส่งเสียงร้องไห้ขึ้นมากลางดึก พ่อแม่ต้องตื่นขึ้นมากลางคืน

คงไม่อยากลำบาก ที่เกิดจากการตื่นนอนตอนดึก แล้วยังต้องลุกไปอีกห้อง เพื่อไปดูความต้องการของลูกน้อย

แต่เมื่อเวลาผ่านไปลูกน้อยของคุณ ก็ต้องค่อยๆโตขึ้น จากทารก โตมาเป็นวัยเด็กตอนต้น จากตื่นกลางดึก มาเป็นนานยาวตลอดคืน จากที่เคยต้องดื่มนม เป็นเลิกดื่ม โตเป็นวัยเด็กตอนกลาง จนเป็นวัยรุ่น และโตต่อไปเรื่อยๆ ทุกอย่างค่อยๆเปลี่ยนไป แต่เรื่องของสถานของลูกไม่เปลี่ยน ดังนั้นจึงทำให้พ่อแม่ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่า ลูกของพวกเค้า ควรออกห่าง หรือนอนแยกห้องจากพวกเค้าเมื่อไหร่ เพราะยังไงในความเห็นของพ่อแม่ ยังคงเป็นห่วงลูกเสมอ

 


เมื่อไหร่ดี แยกห้องนอนให้กับลูก

 

การตัดสินให้ลูกย้าย หรือแยกห้องนอน จึงเป็นปัญหาที่หนักใจสำหรับพ่อแม่ มือใหม่พอสมควร ถ้าหากคำถามนี้เป็นสิ่งที่คาใจพ่อแม่ บางท่าแล้วละก็ สาระน่ารู้โดยอุ่นใจ จะช่วยหาคำตอบให้กับคุณ

คำถามคือ เมื่อลูกเกิดมาแล้ว สามารถแยกห้องนอนได้ตั้งแต่เกิดเลยหรือเปล่า

มีผู้ตอบสำหรับคำถามนี้ โดย รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงรวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน ให้คำแนะนำ สำหรับเรื่องดังกล่าวไว้ว่า ในช่วงแรกเกิดอายุของลูกประมาณ 2-3 เดือนนั้น ลูกยังต้องทานนมแม่ และมีการนอนหลับที่ไม่นาน ทานนมแม่บ่อย ดังนั้น หากให้ลูกนอนห้องเดียวกับแม่ จะเป็นการดีกว่า เพราะจะสะดวก ในเรื่องของการดูแลมากกว่า

หากลูกนอนกับพ่อแม่นั้นในห้องเดียวกันนั้น ช่วยลดภาวะของการนอนหลับไม่ตื่นของทารกได้ ซึ่งทางสมาคมกุมารแพทย์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำเพิ่มเติมว่า

1.ให้ลูกนอนกับพ่อแม่ในห้องเดียวกัน โดยแยกกันที่พื้นผิวการนอน เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ของการเป็นโรคดังกล่าว และควรให้ลูกน้อยมีอายุ 1 ปี หรืออย่างน้อยสุด 6 เดือนจะดีกว่าแยกห้องนอนลูกทันที

2.ให้เด็กนอนในท่านอนหงาย บนที่นอน ที่ไม่นุ่มจนเกินไป

3.หากมีความจำเป็น ต้องนอนบนที่นอนเดียวกันกับพ่อแม่ ทั้งสองท่านต้องไม่มีใครสูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกฮอล์ หรือยานอนหลับ ขณะนอนกับลูกน้อยบนเตียงเดียวกัน และไม่ควรใช้ผ้าห่มรอบตัวเด็ก หรือ ให้นอนบนที่นอนที่นุ่มจนเกินไป

4.ในขณะที่ให้นมลูกน้อยนั้น คุณแม่ห้ามนอนหลับ เพราะวาจะไปกดทับทางเดินหายใจของลูก เพิ่มความเสี่ยง ในการเกิดโรคดังกล่าวได้

 

ถ้าแบบนั้นแล้ว ควรแยกห้องนอนลูกตอนเขา อายุเท่าไหร่

ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีข้อกำหนด ตายตัวสำหรับเรื่องของการแยกห้องนอนให้กับลูก แต่แนะนำให้พ่อแม่ มองเห็นเรื่องของวุฒิภาวะ พฤติกรรม และความสามารถของลูกเป็นสำคัญ หากในตอนกลางคืนลูกตื่นมา เพราะต้องการปัสสาวะ ลูกสามารถไปเองได้ไหม หรือ ลูกสามารถอยู่คนเดียวได้ ในห้องของตัวเอง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่กลัวเมื่อต้องอยู่คนเดียวในห้อง สิ่งนี้อาจจะตัวช่วย ที่ทำให้พ่อแม่ สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าถึงเวลาแล้ว ที่ลูกของคุณ จะมีห้องนอนเป็นของตัวเองสักที

 

ข้อดี VS ข้อเสีย เมื่อนอนห้องเดียวกับลูก

 

ข้อดี

1.ข้อดีทำให้ลูกนอนหลับได้ดี และนอนหลับได้สนิทมากขึ้น รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย สัมผัสได้ถึงความรักที่พ่อและแม่มีให้ ได้เติมเต็มเรื่องของความรัก ความใกล้ชิด จากการนอนเตียงเดียวกันของพ่อแม่กับลูก ลดเรื่องความวิตกกังวลของลูก เพราะเด็กเล็กจะยังมีความกลัวหลายอย่าง

2.การได้นอนห้องเดียว เตียงเดียวกับพ่อแม่ จะทำให้เด็กมีจิตใจที่เอื้ออารีย์ อ่อนโยน ใจกว้าง รักครอบครัว  เพราะเป็นการสร้างสัมพันธ์เชิงบวกตั้งแต่ลูกยังเล็ก จากผลการวิจัยพบว่า การนอนกับพ่อแม่ของลูก ส่งผลให้ภาวะจิตใจ สภาวะทางจิต สุขภาพจิตเป็นทางบวก ต่างจากเด็กที่ถูกแยกห้องนอน

3.จากการศึกษาพบอีกว่า เด็กที่นอนกับพ่อแม่ จะมีความมั่นใจตัวเอง ไม่กังวล หรือทนทุกข์กับความผิดพลาด มีความประพฤติดีในโรงเรียน

4.ห่างจากอันตราย เนื่องจากพ่อแม่ คอยดูแลได้อย่างใกล้ชิด

 

ข้อเสีย

1.หากมีบางครั้ง ที่พ่อแม่อาจจะมีธุระ หรือ ภารกิจ ในการที่จะไม่ได้อยู่บ้าน แล้วจำเป็นต้องฝากลูกไว้ในนอนกับญาติ หรือ คนอื่นๆ อาจจะทำให้เด็กเข้าใจผิดว่า พ่อแม่ทิ้งตนได้ เนื่องจากนอนด้วยกันมาตลอด

2.หากพ่อแม่นอนหลับสนิทไม่รู้สึกตัว กับลูกน้อย พ่อแม่อาจจะเผลอขยับทับลูกวัยทารก ทำให้ขาดอากาศในการหายใจได้ และเป็นอันตรายถึงชีวิต

3.ลูกอาจจะงอแง หากแยกช้าไป เนื่องจากไม่มีความคุ้นเคยกับการแยกห้องนอน

แยกห้องนอนให้ลูก

 

ซึ่งแน่นอนละว่า ในครั้ง หรือ คืนแรกๆ นั้น พ่อและแม่ต้องได้รับความยุ่งยาก และ ลำบากแน่นอน เนื่องจากลูกยังไม่คุ้น และไม่สามารถนอนหลับเพียงคนเดียวได้ รับศึกหนักหน่อยน้า คุณพ่อคุณแม่

ถ้าเกิดสิ่งที่ต้องทำยากเกินพ่อแม่จะรับมือไหว อุ่นใจมีวิธีเด็ดๆ สำหรับเด็กๆแยกห้อง มาเป็นตัวช่วยให้กับพ่อแม่ทุกคนแล้วจ้า

วิธีการช่วยให้ลูกน้อยแยกห้องนอน

1.เมื่อต้องการแยกห้อง ในห้องที่คุณเตรียมไว้คืนแรก คุณควรพาลูกลงนอนด้วยตัวเอง และอยู่ด้วยจนหลับ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ไว้ใจ

2.ทำกิจกรรมก่อนนอนเหมือนเช่นเคย ร้องเพลง ฟังนิทาน เพื่อให้รู้สึกเหมือนเวลานอนปกติ

3.ในคืนแรกเตรียมตัวไว้เลยน้า ลูกคุณจะเปิดประตูเข้ามาคุณแน่ๆ เป็นเรื่องปกตินะ

4.ถ้าลูกไม่ยอมนอนก็ไม่เป็นไร ค่อยๆฝึกฝน อย่าลงโทษเป็นอันขาด

5.ลูกอาจจะร้องไห้ เนื่องจากยังไม่คุ้นชิน และ ไม่สามารถทำได้ในทันที เป็นเรื่องปกติ

6.ควรอยู่ในห้องใกล้ๆกัน เพราะเวลาลูกต้องการความช่วยเหลือ คุณจะสามารถไปหาลูกได้ทันที

7.ควรเตรียมคำตอบสำหรับการย้ายห้องไว้ให้เจ้าตัวน้อยด้วย เพราะคุณต้องเจอคำถามเป็นร้อยๆ จากตัวน้อยแน่ๆ

8.ไม่ควรกำหนดเส้นตาย ว่าลูกจะต้องนอนได้ในกี่วัน ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ และการปรับตัวดีกว่านะ

9.อย่าลืมคำชมสำหรับคนเก่ง ที่สามารถนอนแยกห้องกับพ่อแม่ได้ไว้ด้วยล่ะ

10 .เมื่อลูกปรับตัวได้แล้ว คุณอาจจะไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนจนลูกหลับ เพราะลูกจะสามารถหลับได้ด้วยตัวเองแล้ว

แถมพิเศษ* เมื่อลูกนอนได้ด้วยตัวเองคนเดียวในห้องแล้ว อย่าลืมฉลองความสำเร็จของคุณด้วยการนอนหลับอย่างเต็มที่

 

สำหรับลูกน้อยแล้ว การได้อยู่ใกล้กับพ่อแม่ จะเป็นสิ่งที่เค้ามีความสุข เมื่อเค้าได้รับรู้ว่าพ่อแม่ รักเค้ามากแค่ไหน การได้รับความอบอุ่น เป็นของขวัญที่พิเศษที่สุดของลูกน้อย

เป็นกำลังใจให้พ่อแม่ทุกคน สำหรับการดูแล ให้ความรัก ความใส่ใจ กับลูกน้อยของคุณ เพราะมันจะเป็นคำอธิบายได้ว่า เมื่อลูกน้อย ของคุณโตขึ้น เค้าจะโตมาเป็นผู้ที่มีลักษณะแบบไหน อย่างไร

ทุกอย่าง ของการเลี้ยงดู ต่างมีความเกี่ยวข้องกันอย่างมีนัยสำคัญ ในการเสริมสร้างอัตลักษณ์ให้กับ คน คนนึง

 

พบกับสาระดีๆ ได้ที่นี่