แก้ไขความง่วง ด้วยการงีบหลับ แต่อย่าให้เจ้านายเห็นนะ!!

แก้ไขความง่วง ด้วยการงีบหลับ แต่อย่าให้เจ้านายเห็นนะ!!

แก้ไขความง่วง ด้วยการงีบหลับ 10 นาทีก็เพียงพอแล้ว นอนกลางวัน เป็นช่วงเวลาที่หาได้ยากสำหรับคนวัยทำงาน เพราะหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง ทำให้บางทีช่วงเวลาพักกลางวันของการทำงานยังต้องทำงานไปด้วยทานอาหารกลางวันไปด้วย หรือใช้ช่วงเวลานั้นทำภารกิจส่วนตัว จนทำให้เวลาพักพักกลางวันไม่มีโอกาสแม้กระทั่งจะนั่งหลับตาสักพัก แถมยังต้องนั่งล้าสายตา จากการที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้เวลาที่ตื่นนอนจึงรู้สึกปวดตา ถ้าหากมีเวลาอยากให้ใช้ช่วงเวลานั้นสักพักนั้นในการนั่งงีบหลับเบา ๆ สักพัก แล้วคุณจะรู้ว่าข้อดีของการงีบหลับมันเป็นอย่างไร

1.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความจำ.

มีการศึกษาพบว่า  จากการทดลองให้อาสาสมัครได้งีบหลับเป็นเวลาเพียง 10 นาที พบว่าผู้เข้าทดลองมีความจำที่แม่นยำขึ้นมากเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้งีบหลับ  อย่างไรก็ตาม จากการทดลองพบว่า หากมีการงีบหลับเกิน 20 นาที จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการคิดลดลงแทน พักสายตาเพียงแค่ 10 นาที ยังทำให้ระบบการคิดในสมอง ประมวลผลเร็วขึ้นด้วยน่ะ

2.ลดความดันในเลือด

การงีบหลับในตอนกลางวันช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากผู้ที่ได้พักในเวลาสั้น ๆ ระหว่างวันจะทำให้ระดับความเครียดลดลง โดยมีสถิติอย่างเป็นทางการว่า การงีบหลับสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็อย่าลืมพักผ่อนช่วงเวลาที่สมควรพักน่ะ เพราะไม่ฉะนั้น อาจเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้

3.ผ่อนคลายความเครียด

มีการทดลองพบว่า  การงีบหลับในตอนกลางวันสามารถช่วยลดระดับความเครียดที่เกิดจากการทำงานระหว่างวัน  นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ที่ได้รับการทดลองสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ตึงเครียดในแบบเดียวกัน

4.รู้สึกสดชื่น

แน่นอนว่าการงีบหลับสามารถเพิ่มพลังให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นมากขึ้น  แต่เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม มีการทดลองการงีบหลับกับอาสาสมัครที่เป็นทหารพบว่า ทหารกลุ่มที่ได้งีบหลับกลางวัน ทำให้มีความกระตือรือร้น และประสิทธิภาพในการฝึกเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

5.กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

การงีบหลับกลางวันมีส่วนอย่างมาก ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง  โดยพบว่าเซลล์ประสาทจะมีการทำงานได้ดีขึ้น เมื่อได้พักในระยะเวลาสั้น  จึงสามารถทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานได้ดีขึ้น

6.รู้สึกอยากทำงาน

เนื่องจากความเหนื่อยล้ามักแปรผกผันกับกำลังใจในการทำงาน  ซึ่งโดยปกติแล้ว คุณจะรู้สึกอยากทำงานมากที่สุดในช่วงเช้า จากนั้นจึงค่อย ๆ ลดลงตามความเหนื่อยล้า  ดังนั้น การงีบหลับในตอนกลางวัน จึงเปรียบเสมือนการชาร์จพลังในการทำงานอีกครั้ง

7.ทำให้การดำเนินชีวิตมีประสิทธิภาพ

คนส่วนใหญ่เลือกที่จะดื่มกาแฟในช่วงบ่ายเพียงเพราะความง่วง แต่มีการศึกษาพบว่า การงีบหลับสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ของการทำงานได้ดีกว่าการดื่มกาแฟ  นอกจากนี้  ยังช่วยลดปริมาณการดื่มกาแฟลงได้  เพราะการดื่มกาแฟหลาย ๆ แก้วต่อวันคงไม่ดีต่อสุขภาพนัก

 

สำหรับข้อดีของการงีบระหว่างวัน สรุปสั้นๆ ได้ดังนี้

* ทำให้เกิดการตื่นตัวทั้งด้านสมองและร่างกายในการทำงาน มีความกระตือรือร้น อาการอ่อนเพลียลดลงอย่างเห็นได้ชัด

* ลดความเครียดหรือความหงุดหงิด ทำให้อารมณ์ดี ช่วยผ่อนคลายสมอง เพราะการหลับจะช่วยลดฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียดได้

* ทำให้สมองมีประสิทธิภาพในการจำได้อย่างรวดเร็วเพิ่มขึ้น

* การเรียนรู้สิ่งต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์จะทำได้ดีและมีความพร้อมมากขึ้น

* สุขภาพโดยรวมดีขึ้น ทำให้ร่างกายปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ได้ดีขึ้น

 

“เพียงสักสิบนาที ก็สามารถกระตุ้นสมองให้ทำงานได้ดีมากขึ้น สละเวลาพักกลางวันสักนิด เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานต่อไป แต่อย่างไร ก็ควรพักผ่อนให้

เพียงพอในเวลาที่ควรพักผ่อน เพราะถ้าหากเราพักผ่อนน้อย สุขภาพก็แย่ลงได้ ต่อให้งีบหลับสักสิบนาทีหรือมากกว่านั้นก็ไม่สามารถกระตุ้นการทำงานใด ๆ

ของสมองได้หรอก”

ระยะเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการพักผ่อน การพักผ่อนแบบไหนมีประสิทธิภาพมากที่สุด

พักสายตา 10-20 นาที

เป็นระยะเวลานอนที่เพิ่มพลังงานและความสดชื่น เพราะเวลาเพียงแค่ 10-20 นาที จะทำให้การนอนของเราอยู่ในช่วง non-rapid eye movement เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะตื่นขึ้นมา แล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า กระฉับกระเฉง สมองปลอดโปร่ง หรือลุกขึ้นมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ค่อยมีอาการสะลึมสะลือเท่าไรนัก เรียกการงีบในระยะเวลานี้ว่า “power nap”

พักสักแปป 30 นาที

การนอนครึ่งชั่วโมงอาจไม่เป็นผลดีต่อร่างกายของเรามากนัก เพราะหลังจากตื่นขึ้นมา เราจะยังคงรู้สึกง่วงอยู่ แถมยังมีอาการมึน ๆ งง ๆ หรือปวดหัวร่วมด้วย เหมือนคนที่นอนไม่พอ และยังคงไม่พร้อมที่จะทำงาน ซึ่งกว่าอาการนี้จะหายไปก็ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 30 นาที

นอนสักชั่วโมง ให้ความจำดีขึ้น

การนอนประมาณ 1 ชั่วโมง จะส่งผลดีต่อการจำ เพราะว่ามันเป็นการนอนที่ทำให้เราอยู่ในช่วง การหลับแบบช้า ๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาการหลับที่ลึกที่สุด แต่ผลข้างเคียงของมันจะทำให้ ตื่นมาจะมึน ๆ งง ๆ เบลอ ๆ ช่วงหนึ่ง เหมือนกับการงีบหลับ 30 นาที แต่สมองสามารถเก็บความจำไว้ได้อยู่ ดังนั้นหลังจากอาการข้างเคียงหายไป เราก็ยังจะจำโน่นนี่ได้เหมือนเดิม เหมาะสำหรับพวกอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำก่อนสอบ

พักนานหน่อย 90 นาที ทำให้ความคิดสมบูรณ์

เป็นระยะเวลาการนอนที่ดีที่สุด คิดง่าย ๆ ก็คือเวลานอนมันก็เหมือนนาฬิกา พอครบ 90 นาทีปุ๊บ ก็เท่ากับ 1 รอบสมบูรณ์ ซึ่งมันจะมีทั้งการนอนแบบหลับลึก กับหลับสบาย ๆ ไม่ลึก รวมทั้ง  Rapid Eye movement ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเราก็จะฝันในช่วงนี้ การนอนในระยะเวลานี้จะช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ จะแล่นเข้ามาในหัวสมอง และที่สำคัญทรงผลให้ความจำดีขึ้น โดยเฉพาะพวกความทรงจำด้านทักษะต่าง ๆ เช่น เล่นดนตรี ขี่จักรยาน การนอนแบบนี้ พอตื่นขึ้นมาก็จะกระปรี้กระเปร่า ไม่งัวเงียเหมือนช่วง 30 – 60 นาที

นอกจากนี้ จากผลวิจัยพบว่าการใช้เวลางีบหลับระหว่างวันเกินกว่า 30 – 45 นาที หรือการงีบช่วง 11.00 น. นอกจากจะไม่ส่งผลดีกับร่างกายแล้ว ยังก่อให้เกิดผลเสีย เช่น ทำให้ช่วงกลางคืนนอนไม่หลับ และอาจมีปัญหาสุขภาพตามมาอีกด้วย ดังนั้นการงีบระหว่างวันควรอยู่ในช่วงบ่าย 15.00 – 18.00 น. โดยใช้เวลาหลับแค่เพียง 10 นาทีเท่านั้น ก็จะสามารถตื่นตัวพร้อมที่จะทำงานต่อไปได้อีก 3 ชั่วโมง และยังพบว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าการนอนหลับนาน 30 นาที – 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ประสิทธิภาพของร่างกายแต่ละคนก็มีผลต่อความต้องการการงีบระหว่างวันด้วย บางคนไม่จำเป็นต้องงีบระหว่างวันเลย บางคนก็ต้องการเพียงเล็กน้อย หรือในบางคนก็ต้องการหลับไปนาน ๆ เลยก็มีเช่นกัน

 

อ้างอิง

อ้างอิง