จะร้ายมากแค่ไหนถ้าชีวิตของคุณ อดนอนเป็นเวลานาน

จะร้ายมากแค่ไหนถ้าชีวิตของคุณ อดนอนเป็นเวลานาน

นอนมากก็ไม่ดี นอนน้อยก็ไม่ได้ อดนอนเป็นเวลานาน ชีวิตที่แสนลำบากเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ช่วงเวลาที่แสนจำกัดจะใช้ยังไงให้คุ้มค่า ถ้าหากมัวแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทำให้อดนอนเป็นเวลานาน หรือคิดแค่ว่าจะนอนยาว ๆ ทีเดียว ในตอนนั้น หรือวันนั้น

ถ้าหากย้อนไปในสมัยประวัติศาสตร์มนุษย์นั้น ย่อมไม่ให้ความสำคัญกับการนอนสักเท่าไหร่ เพราะพวกเขามักคิดว่าการหลับพักผ่อนนั้นเป็นสิ่งที่มาขัดขวางความเจริญ ไม่ว่าจะเป็น การสู้รบ การก่อสร้าง การประกอบอาชีพ หรือรวมไปถึงการก่อตั้งอาณาจักรให้รุ่งเรืองขึ้น พวกเขามักวุ่นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ จนไม่ยอมหลับยอมนอน ชาวโรมันไม่ชอบการนอนเพราะพวกเขานั้นคิดว่าการนอนนั้น มาคอยถ่วงเจริญของบ้านเมือง เมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ชาวโรมันทุกคนต้องออกไปสร้างความเปลี่ยนแปลง พวกเขามักพูดติดปากกันว่า”ทำวันนี้ให้ดีที่สุด”

ในช่วงหนึ่งของอียิปต์ พวกเขามองว่าการนอน เป็นเหมือนสถานการณ์ตายชั่วขณะหนึ่ง เป็นเหมือนกับการได้สื่อสารกับวิญญาณ และตีความหมายจากสัญลักษณ์ที่ปรากฏในมโนทัศน์ ชาวอียิปต์หวาดกลัวฝันร้าย พวกเขาจึงมักมีสัญลักษณ์เทพ Bes เพื่อต่อกรภูตผีและฝันร้าย การนอนจึงเป็นช่วงเวลาแห่งมนต์ขลัง

ถ้าหากถามว่า จำเป็นไหมต้องนอน ถ้าหากไม่นอนจะเป็นอะไรไหม แน่นอนว่าการนอนเป็นปัจจัย ที่จำเป็นไม่แพ้การทานอาหารที่ทำให้ร่างกายของเรามีพลังงาน การนอนก็เหมือนกับการชาร์ตแบตให้ร่างกาย หากมนุษย์ขาดน้ำก็ไม่สามารถอยู่ได้ การนอนก็เช่นกัน หากไม่ยอมนอนหรืออดนอน หรือไม่นอนเลยแน่นอนว่าร่างกายเราต้องเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ แน่ จนถึงวันที่หมดอายุไขเร็วกว่าปกติ

 

“หากการนอนไม่ก่ออรรถประโยชน์ใดๆ ต่อสิ่งมีชีวิตแล้ว มันก็คงเป็นวิวัฒนาการอันผิดพลาดที่สุดของสิ่งมีชีวิตที่เคยเกิดขึ้นบนโลก”

 

จากการค้นพบใหม่ ๆ ช่วง 20 ปีถัดมา (นิทราเวทย์ถือว่าเป็นศาสตร์เกิดใหม่ที่ตีคู่มากับประสาทวิทยา เนื่องศาสตร์นี้ได้แชร์องค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อศึกษาสมองร่วมกัน) และได้พบว่าการนอนเป็นมากกว่าการนอน มันทำงานควบคู่กับร่างกายในหลายปัจจัย ทั้งระบบฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อ การเพิ่มจำนวนเซลล์ประสาท อารมณ์ ความจำ และการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

 

คำถามว่า พวกเราไม่มีเวลานอนจริงหรือ…..?

เป็นที่น่าเสียดาย!! ที่พวกนั้นรู้ถึงความสำคัญของการนอนเป็นอย่างมาก แต่กับมีคนน้อยมากที่ให้ความสำคัญกับมัน ยุคนี้ หรือสมัยนี้ การนอนของพวกเราลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก ซึ่งจะหาได้ยากที่เราจะนอนครบ 5-7 ชั่วโมง เนื่องจากถูกกดดันหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพสังคมที่แออัด หมกมุ่นอยู่กับงานแบบหามรุ่งหามค่ำ และอีกหลายๆอย่าง

รู้หรือไหม…? ว่าหนุ่มสาวที่อายุราว ๆ ประมาณ 20-30 ที่กำลังอยู่ในช่วงวัยทำงาน ประสบปัญหาอย่างมากในการนอน นอนไม่หลับ หลับ ๆ ตื่น ๆ จนพวกเขาต้องหันไปพึ่งยานอนหลับ

บางคนถึงขนาดเป็นโรคซึมเศร้า จนต้องพึ่งยา “รักษาอาการซึมเศร้า” ตามไปด้วย จากสถิติใน 5 ปีที่ผ่านมา ความต้องการของผู้ที่ใช้ยาเหล่านี้เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า โดยสาเหตุส่วนใหญ่มากจากปัญหาการนอน แล้วรู้หรือป่าวว่าการอดนอนส่งผลเสียอย่างไรบ้าง

ล่าสุดจากการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Journal of Neuroscience นำเสนอความน่าตื่นตาของการนอนอีกครั้ง เพราะนักวิทยาศาสตร์พบว่าสมองกัดกินตัวเองเมื่ออยู่ในภาวะอดนอนเป็นเวลานาน ซึ่งสามารถเปลี่ยนโครงสร้างเซลล์ประสาทอย่างถาวร

ข้อเสียของการอดนอน

อดนอนทำให้สมองกัดกินตัวเอง

แน่ล่ะ! คุณมีเหตุผลที่จะนอนมากกว่าเพียงเพื่อพักเอาแรง เพราะสมองใช้การนอน เป็นการปัดกวาดสารพิษที่หลงเหลือจากกิจกรรมทางประสาทที่เกิดขึ้นตลอดวันให้ออกไป หากไม่ได้นอนก็เหมือนคุณโยนไม้กวาดวิเศษของคุณทิ้งไป หรือไล่แม่บ้านผู้ที่ภักดีต่อคุณออกไปอย่างน่าเสียดาย ‘ภาวะอดนอน (Sleep deprivation)’ ลดกิจกรรมที่เกิดขึ้นระหว่าง ‘นิวรอน (Neurons)’ และ ไซแนปส์ (Synapse) อย่างถาวร แม้คิดจะกลับมานอนเอาภายหลัง ก็ยากจะกู้คืนสภาพให้กลับมาสดใสดั่งเด็กรุ่นหนุ่ม ๆ สาว ๆ นักประสาทวิทยา Michele Bellesi จากมหาวิทยาลัย Marche Polytechnic ในอิตาลี ศึกษาสมองที่ไม่ค่อยได้นอนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะในหนู โดยเซลล์ประสาทก็เหมือนกับเซลล์อื่น ๆ ของร่างกายที่มันจะรีเฟรชตัวเอง ด้วยเซลล์ 2 ประเภท คือ ‘เซลล์เกลีย (Glial cell)’ หรือเซลล์ค้ำจุนระบบประสาท โดยเซลล์พวกนี้จะแทรกอยู่ในเนื้อเยื่อของระบบประสาทส่วนกลาง นำอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงเซลล์ประสาท ขับถ่ายของเสียออกจากเซลล์ประสาทและเป็นทำนบกั้น (blood brain barrier) ไม่ให้สารเคมีหรือเชื้อโรคบางชนิดเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง

ส่วนอีกเซลล์คือ ‘ไมโครเกลีย เซลล์ (Microglia cell)’ เป็นเซลล์ขนาดเล็ก ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอม (phagocytosis) ภายในระบบประสาทส่วนกลาง ทุก ๆ วันสมองจะทำการกำจัดพิษที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของเรา การนอนจะทำให้กลไกของเซลล์ทำงานต่อครบวงจรต่อเนื่อง แต่เมื่อคุณปฏิเสธที่จะนอนหลายครั้ง มันเป็นการขัดขวางกลไกดังกล่าว ทั้งยังจะก่อให้เกิดกระบวนการเชิงลบโดยทำลายเซลล์สมองโดยตรง ไซแนปส์ ถูก ‘เซลล์เกลียล แอสโทรไซติค (Astrocytic glial cell)’ กัดกิน เมื่อสมองไม่ได้รับการพักผ่อน

เปรียบได้ว่าขณะที่คุณหลับใหล แม่บ้านวิเศษจะออกมาปัดกวาดบ้านให้คุณทุกคืน แต่หล่อนขี้อายไม่กล้าเผชิญหน้าจึงทำขณะที่คุณหลับอยู่เท่านั้น ยิ่งคุณไม่หลับ ก็เหมือนเปิดประตูบ้านให้คนแปลกหน้าเข้ามาเปิดตู้เย็นกินอาหารและนอนดูทีวีใช้ไฟบ้านอย่างฉวยโอกาส

เมื่อความก้าวหน้าของประสาทวิทยารุดหน้า ทำให้เรารู้ว่า ‘การนอนเป็นมากกว่าการนอน’ มันเกือบจะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งที่ร่างกายคุณต้องการ

 

อดนอนทำให้รู้สึกเศร้า

อารมณ์ความโศกเศร้าเป็นประสบการณ์พื้นฐานของชีวิตมนุษย์ มีใครบ้างที่เศร้าไม่เป็น กระบวนการนอนมีอิทธิพลพื้นฐานควบคุมเกือบทุกผัสสะ ที่คุณมีต่อโลก รสอาหารในปากเปลี่ยนไป ผิวสัมผัสต่อสิ่งแวดล้อมไม่น่าปรารถนา

ความเชื่อมโยงระหว่างความเศร้ากับอาการนอนไม่หลับ ซับซ้อนกันจนยุ่งเหยิงไปหมด หลายคนมีปัญหาการนอนไม่หลับเรื้อรังจนสะสมเป็นอาการซึมเศร้า หรือหลายคนมีอาการซึมเศร้ามาก่อนจนทำให้นอนไม่หลับ แต่แน่นอนทั้ง 2 กรณีมันเชื่อมโยงกันและส่งอิทธิพลไปมาซึ่งกันและกัน

โรคนอนไม่หลับ หรือหลับยาก  (Insomnia) พบเห็นได้ทั่วไปในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มีหลักฐานว่าคนที่มีอาการ Insomnia เสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นอาการซึมเศร้าเรื้อรังถึง 10 เท่า มีปัญหาหัวใจ ระบบไหลเวียนของเลือดผิดพลาด ไมเกรน และเสี่ยงต่อหัวใจล้มเหลว เพราะความเศร้าและการไม่นอนเป็นมือสังหารที่เก่งกาจพอ ๆ กัน

สิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์ต้องการนอน (แม้แต่ต้นไม้ก็ยังนอน) พวกเรามีนาฬิกาชีวิตที่มีวิวัฒนาการมาราว 100 ล้านปี ที่รับอิทธิพลจาก ‘ความสว่างและความมืด’ จากดวงอาทิตย์ที่เรียกว่า Circadian Rhythm โดยเซลล์ประสาทจะทำหน้าที่รับแสงมาสังเคราะห์และกำหนดว่าคุณควรนอนเวลาไหน ซึ่งพบเซลล์นี้ได้ในสมองส่วน Superchiasmatic Nucleus หากสมองส่วนนี้ได้รับการกระทบกระเทือน ถูกทำลาย หรือจากรูปแบบพฤติกรรมที่เราฝืนอยู่บ่อยครั้ง จังหวะนาฬิกาของร่างกายชีวิตจะสับสนในการตอบสนองต่อเวลา

อย่างที่กล่าวไปด้านบนถึงอิทธิพลที่สมองกัดกินตัวเอง สมองส่วน Superchiasmatic Nucleus มักได้รับความเสียหายเป็นส่วนแรก ๆ ส่งอิทธิพลไปยังฮอร์โมนที่ควบคุมสมดุลอารมณ์อีกด้วย

 

อดนอนทำให้ติดเชื่อไวรัสได้ง่าย

งานวิจัยชิ้นนี้ดูจะทรมานตัวทรมานใจอยู่สักหน่อย ในปี 2003 ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัย Wisconsin–Madison ทดลองภูมิต้านทานของคนที่นอนปกติและคนที่นอนไม่พอ เพื่อทดสอบว่าร่างกายมนุษย์มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อไวรัสที่คุกคามร่างกายอย่างไร Immune System ยังพร้อมกำจัดสิ่งแปลกปลอมต่อไปไหม

นักศึกษาที่ร่วมวิจัยได้รับวัคซีน ‘ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ (Hepatitis A virus)’ ที่ยังมีไวรัสในสถานะ Inactive ในทุก ๆ เช้า โดยกลุ่มแรกจะได้รับโอกาสนอนอย่างพอเหมาะ ส่วนอีกกลุ่มจะถูกรบกวนให้ตื่นกลางดึก และจะอนุญาตให้นอนอีกครั้งในคืนถัดไป  รูปแบบการนอนของกลุ่มที่ 2 ปั่นป่วนอย่างหนักเป็นเวลาถึง 4 สัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดวิบากกรรมจากการทดลอง  นักศึกษาทั้งหมดจะถูกเจาะเลือดเพื่อวิเคราะห์ แอนติบอดี้ (Antibody) ในร่างกายว่าตอบสนองต่อไวรัสที่ได้รับทุกวันหรือไม่ พบว่ากลุ่มที่มีความสุขกับการนอนตลอดการทดลอง มีภูมิคุ้มกันร่างกายถึง 97% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่อดนอน นอกจากนั้นกลุ่มที่อดนอนยังตกเป็นเป้าโจมตีของไวรัสอื่น ๆ นอกจากไวรัสตับอักเสบชนิดเออีกต่างหาก

 

“หากการนอนไม่มีผลร้าย มนุษย์เราคงไม่มีใครที่อยากจะนอนหรอก แต่การนอนจะดีหรือไม่ดียังไง ก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณแล้ว ถ้าหากรักสุขภาพ อยากใช้ชีวิตแบบ

สุขภาพดี ก็ขอให้เลือกพักผ่อนเป็นเวลา ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เท่านี้ก็น่าจะดีต่อสุขภาพแล้ว และอย่ายึดติดกับสิ่งที่ทำให้เราหนักใจ เพราะมันอาจส่งผลให้เรา

พักผ่อนไม่เพียงพอได้”

อ้างอิง