วิธีการดูแลรักษาที่นอน ให้มีอายุการใช้งานนาน

วิธีการดูแลรักษาที่นอน

วิธีการดูแลรักษาที่นอนของเรา ให้มีอายุการใช้งานนาน

 

วิธีการดูแลรักษาที่นอน ให้มีอายุการใช้งานนาน : คนส่วนใหญ่มักจะให้ความสนใจและลงทุนกับเตียงและเครื่องนอน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สำคัญที่สุด ของห้องนอน จึงเลือกที่จะซื้อของแพงๆ ดังนั้นเราจึงควรที่จะรู้ วิธีการรักษาให้มันมีสภาพคงทนคุ้มค่ากับราคาที่เราเสียไป 

เมื่อการตัดสินว่าที่นอน จะมีสภาพที่ดีหรือไม่ดีอยู่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาของที่นอน ที่เราซื้อมาเพียงอย่างเดียว ถึงแม่ว่าคุณจะซื้อที่นอน มาด้วยราคาเรือนหมื่น เรือนแสนก็ตาม หากคุณไม่รู้วิธีในการดูแล หรือรักษาที่นอน ให้มีสภาพที่ดีตลิดอายุการใช้งานได้นั้น จากที่นอนราคาแสนแพง ก็กลายเป็นที่นอนไม่ได้คุณภาพได้เหมือนกัน

นอนแล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น นอนแล้วปวดหลัง ที่เป็นสะสมของไรฝุ่น ที่เป็นที่มาของโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย และยังมีอย่างอื่นๆ ที่อจจะเป็นปัญหา ที่ไม่ได้กล่าวถึงอีกมากมาย เห็นมั้ยว่าการไม่ดูแลแค่ที่นอนที่เรานอนทุกวัน ส่งผลต่อสุขภาพของเราแค่ไหน

 

หลังจากที่ได้อ่านผลจาการไม่ดูแลที่นอนไปแล้ว อาจจะมีคนสงสัยว่า แล้วการดูแลที่นอนของเรา ให้อยู่ในสภาพที่ดี พร้อมใช้งาน นั้นมีวิธีการอย่างไรกันละ? 

วันนี้ที่นอนอุ่นใจ ขอเสนอบทความในการดูแลรักษาที่นอน เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ในเรื่องของวิธีต่างๆ ที่จะช่วยให้ที่นอนของคุณคงสภาพดี ยาวนาน เท่าระยะเวลาของประกันที่นอน 

วิธีการดูแลรักษาที่นอน

 

วิธีการดูแลรักษาที่นอนของเรา ให้มีอายุยืนนาน

1.ควรพลิกหรือกลับด้า นและสลับด้าน ที่นอนหัว-ท้าย อย่างน้อย 1 ครั้งทุก ๆ 3 เดือน เพื่อรักษาความคงตัว และ ไม่ให้ด้านใดด้านหนึ่งยุบตัวถาวร

โดยต้องชี้แจงก่อนว่า ในปัจจุบันนั้น ที่นอนที่ผลิตออกมาเพื่อจัดจำหน่ายนั้น มีการทำผิวหน้าที่นอนให้แตกต่างกัน มีอยู่ทั้งหมด 3 แบบ

1.ที่นอนที่ทำผิวหน้าที่นอน ทั้งสองด้านเหมือนกัน ให้อารมณ์การนอนที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะนอนด้านไหนความรู้สึกไม่ต่างกัน

2.ที่นอนด้านเดียว ที่นอนที่ผลิตออกมาให้ผิวหน้าของที่นอนน้ัน สามรถนอนได้เพียงด้านเดียว อีกด้านไม่สามารถใช้สำหรับการนอนได้ ทำให้เป็นปัจจัยที่ ที่ทำให้ไม่สามารถกลับด้านที่นอนได้ 

3.ที่นอนที่ผิวหน้าที่นอน ให้อารมณ์การสัมผัสที่แตกต่างกัน โดยในด้านแรก เมื่อนอนอาจให้ความรู้สึกนุ่มสบาย ส่วนในอีกด้าน ให้ความรู้สึกแน่น

ดั้งนั้นแล้วในแบบที่ 1 และ 3 นั้น หากทำได้ควรสลับด้านในการนอน เพื่อแบ่งเบาหน้าที่ ในการทำงานรับการนอนลง

2.การถ่ายเทอากาศภายใน ควรดึงผ้าปูออกจากที่นอนทุก ๆ สัปดาห์

เพราะการที่ทำให้ที่นอน ไม่สามารถระบายอากาศได้นั้น ทำให้ที่นอนของเรา ขาดความยืดหยุ่นลงไปถึง 50 – 60 % เลยทีเดียว แล้วถ้ามันไม่ยืดหยุ่น จะเกิดอะไรขึ้น คงเดาได้ไม่ยากใช่ไหมละ ทั้งยังทำให้เกิดเสียงดังน่ารำคาญเวลานอน แล้วยังทำให้ผิวหน้าที่นอนมีความร้อน จนสะท้อนใส่ตัวผู้นอน

ทำให้เวลานอนนั้น ไม่สบายเท่าที่ควร เนื่องจากอถณหภูมิที่นอนสูงเกินไป

3.เปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องถึงเตียงนอน เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรค

การเปิดหน้าต่าง ให้แสงแดดส่องถึงที่นอนของเรา เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราฆ่าเชื้อโรคบนที่นอน ได้แบบฟรีๆ แต่ว่าการให้แสงแดดส่องที่นอนนั้น ไม่ได้เป็นข้อดีเสมอไปสำหรับที่นอน เพราะที่นอนบางประเภทก็ไม่เหมาะกับการโดนแสงนานๆ เช่นยางพารา เป็นต้น

แต่สำหรับการดูแลที่นอน ไม่ได้ปล่อยให้ที่นอนตากแดดเพียงอย่างเดียว ควรถอดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม และเครื่องนอนอื่นๆ ที่ซักได้ไปซักด้วย 

4.ควรใช้ผ้ารองกันเปื้อน เพื่อให้สะอาดและดูใหม่อยู่เสมอ

ควรใช้ผ้ารองกันเปื้อน เพื่อรักษาผิวหน้าของที่นอนไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว เนื่องจากการนอนของเรา บางครั้งที่เราเหงื่อออก หรือ พวกคราบน้ำลาย และสิ่งอื่นๆ เช่นอาหาร อาจจะทำให้ผิวหน้าที่นอนเรามีสภาพเป็นสีเหลือง เนื่องจากการเกิดการสะสม ของคราบต่างๆ ที่ได้สะสมมาเป็นเวลานาน 

เพราะต้องไม่ลืมว่า ผิวหน้าที่นอนนั้น คุณไม่สามารถถอดออกมาเพื่อซักความสะอาดได้ ดึงนั้นคราบบนที่นอน จะฝังตัวเป็นเวลานานเท่ากับที่คุณใช้ที่นอนหลังนั้น และไม่เพียงแค่นั้น สารเคลือบกำจัดไรฝุ่นก็อาจจะถูกทำลายไปด้วยเช่นกัน นั่นแปลว่าที่นอนของคุณ จะเต็มไปด้วยไรฝุ่นแน่นอน

5.หากต้องการทำความสะอาด ควรใช้น้ำสบู่ขัดตรงรอยเปื้อนเบา ๆ ด้วยผ้าสะอาด หลังจากนั้นควรปล่อยให้แห้งสนิทก่อนการใช้งาน

เป็นอีกเรื่องที่ช่วยได้นิดหน่อยเนื่องจากใช้สบู่หรือว่านำยาทำความสะอาดราคาแพง ก็ไม่สามารถลบรอยได้หมด แต่ยังดีไม่ทำอะไรเลย ทางที่ดีอย่าให้ผิวหน้าที่นอนเปื้อนจะดีกว่า

6.ควรหมั่นตรวจสอบฐานรอง และ ขาตั้งให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัย

ขาเตียง เป็นอีกหนึ่งอย่าง ที่หลายคนมองข้าม เนื่องจากขาเตียงเอง อาจจะมีผลกระทบต่อตัวผู้นอน อย่างที่เราไม่อาจคาดถึง เพราะขาเตียง ทำให้ที่นอนอาจจะโอนเอียงข้างนึง ทำให้ลักษณะการนอนของเรา ผิดรูปแบบ และอาจจะเกิดให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ ดังนั้นควรดูเรื่องบาลานซ์ของที่นอน และหมั่นรักษาขาตั้งที่นอน เตียงนอน ให้อยู่ในองศาที่ถูกต้องเสมอ

วิธีการดูแลรักษาที่นอน

 

เราควรที่จะดูแลรักษาที่นอนให้มีสภาพเหมือนใหม่ มากกว่าอายุในการประกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องเปลี่ยนเตียงนอนใหม่ เพราะหลังจาก 8-10 ปีแล้ว การเปลี่ยนเตียงนอนใหม่เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน เพราะแม้จะเป็นเตียงนอนที่ดีที่สุดเพียงไร ก็ไม่สามารถให้ความสบายและการรับรองที่ดีตลอดไปได้

REF : วิธีการดูแลรักษาที่นอน