นาฬิกาชีวิต เวลาของมันเดินอย่างไร?

นาฬิกาชีวิต

ติ๊กต่อกๆ นาฬิกาชีวิต ของคุณเดินอย่างไร?

 

โดยหากนับเวลาโดยสากลโลกแล้ว เวลาของทุกคนมีทั้ง 24 ชั่วโมง หรือถ้าจะเอาแบบเป๊ะๆ ต่อหนึ่งวัน เท่ากับ 23.56.4 ชั่วโมง และนั่นคือสิ่งเดียว ที่เราทุกคนมีเท่ากันแน่นอน แต่ในช่วงเวลา 1 วันของคุณ ไทม์ไลน์ของชีวิตคุณเป็นอย่างไร ช่วงเช้าของวัน คุณทำอะไร กลางวันละ แล้วเย็นต่อด้วยกิจกรรมแบบไหน และนี่เป็นความต่าง ที่ถูกสร้างขึ้น จากเหตุการณ์ และ สภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไป ของแต่ละคน เพราะว่าคนเราถูกจำกัด ด้วยเงื่อนไขของบางเรื่อง ที่มีผลต่อเวลา ทำให้เราไม่สามารถคอนโทลชีวิต และ เวลา ได้เหมือน หรือ คล้ายกับคนอื่น นั่นอาจจะเรียก นาฬิกาชีวิต ของแต่ละคน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเห็นคนทั่วไป มักทำงาน หรือ เข้างานในเวลาเช้า และนั่นดูเหมือนเป็นกิจวัตรประจำวันหลักๆ ที่ทุกคนต้องทำ ทำงานเช้าเลิกตอนเย็น กลับมานอนตอนกลางคืน แต่นั่นไม่ใช่กิจวัตรอันพึงกระทำสำหรับทุกคน เพราะบางอาชีพ ต้องทำงานหลังที่คนอื่นทั่วไปเลิกงานแล้ว

นั่นแปลว่าเวลาของเค้า ที่ใช้ชีวิตปกติ ก็จะแตกต่างจากคนทั่วไปแล้วแน่นอน ยกตัวอย่างเช่น อาชีพ รปภ. อาชีพบางอย่างในท่าอากาศยาน อาชีพรับเหมาก่อสร้าง พนักงานร้านสะดวกซื้อ มักจะต้องทำงานในทั้งเวลากลางคืนและวัน หรือ เรียกว่าการเข้ากะ เพราะบางธุรกิจ ต้องรันงาน หรือ ดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง และ เมื่อชั่วโมงนี้ ทุกคนไม่ได้มีตัวเลือกเท่ากัน และการทำงานกลางคืนจึงเกิดขึ้น


และถ้าหากนี่เป็นการกล่าวถึงเวลาของชีวิต แล้วเกี่ยวอะไรกับนาฬิการชีวิตละ หากต้องอธิบายถึงเหตุผลนั้น คงต้องกล่าวย้อนไปตั้งแต่สมัยก่อน ตั้งแต่เรื่องบรรพบุรุษ ของมนุษย์ อาจจะนับได้ตั้งแต่สมัยที่มีการจดบันทึกในประวัติศาสตร์ เลยทีเดียว เนื่องจากหลักฐานการระบุเรื่อง การใช้ชีวิตของมนุษย์โลกนั้น เราใช้ชีวิตในเวลาที่แสงแดด ทอดลำแสงสลัวสอดส่องเข้าสู่ผิวกาย ดวงตา หรือประสาทสัมผัส นั่นแปลว่า การเริ่มต้นใช้ชีวิต หรือ หากิน การดำรงค์ชีวิต ในวันนั้นของคุณได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ต่อจากเมื่อวาน และเป็นนัยสำคัญของการพักผ่อนว่า เราควรนอนหลับเมื่อไม่มีแสงแดด

เพราะนั่นทำให้คุณใช้ชีวิตลำบาก เนื่องจากในยุคสมัยนั้น ยังไม่ได้มีไฟนีออน หรือ อุปกรณ์ให้แสงสว่างเหมือนในสมัยนี้ เพราะนั่นจะทำให้คุณเกิดอันตราย หากคุณมองเห็นได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น คุณอาจจะตกเป็นเหยื่อของนักล่าอันช่ำชอง ที่อยู่ร่วมยุคสมัยกับคุณ นั่นทำให้คุณต้องนอนหลับพักผ่อน ในที่หลบภัยที่คุณคิดว่าปลอดภัย และค่อยว่ากันต่อในวันพรุ่งนี้ และเมื่อมันสั่งสมประสบการณ์ว่า ร่างกายของคุณควรพักผ่อนตอนกลางคืน จนขยายขอบเขตไปเรื่องการพัฒนาระดับเซลล์ และระบบการใช้ชีวิต เพื่อยินยันว่า คุณเป็นมนุษย์ และคุณควรใช้ชีวิตตอนกลางวัน

เกิดการวิวัฒนาการ จนกลายเป็นมนุษย์ในปัจจุบัน แม้ข้างต้นจะอธิบายถึงเวลาของคนเรา และไทม์ไลน์ ไม่ได้เหมือนกันหมดทุกคน แต่ร่างกายกลับไม่คิดแบบนั้น ดังนั้นแล้ว จึงเป็นที่มาของหัวข้อดังกล่าว

 

เวลาชีวิต…

ทำไมเราถึงต้องพูดเรื่องนี้กัน? เพราะว่านาฬิกา ของชีวิตเรานั้น ทำงานตลอดเวลาเช่นเดียวกับนาฬิกาเรือน หรือ นาฬิกา ที่เราใช้เพื่อดูเวลา และนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรใส่ใจ เนื่องจากการทำงานของเวลาชีวิตนั้น มีความสัมพันธ์ อย่างมีนัยสำคัญกับร่างกายโดยตรง เนื่องจากการเดินของนาฬิกชีวิต เป็นตัวขับให้ร่างกาย และ อวัยวะ ของร่างกายเกือบทุกส่วน ทำงานตามเวลาของมัน อย่างเต็มประสิทธิภาพ และทำงานได้ดี ในช่วงเวลา ทั้ง 24 ชั่วโมงของมัน โดยแต่ละช่วงของเวลาก็จะเป็นช่วง

พีคของอวัยวะแต่ละชนิด โดยถ้าถามว่าทำไมร่างกายเราถึงรู้ว่า เวลาไหนของร่างกาย อวัยวะไหนควรทำอะไร คงต้องกล่าวถึงระบบของสมอง ฮอร์โมน และสารสื่อประสาท ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการจัดการนาฬิกาชีวิต โดยปกติแล้วในร่างกายเรานั้นจะมีต่อเหนือสมองขึ้นไป เป็นต่อมไร้ท่อที่ทำงานเพื่อจัดการเกี่ยวกับฮอร์โมน ชื่อว่า ต่อมไพเนียล โดยทำหน้าที่เป็นเหมือนู้สอดส่องหหรือ ตามที่สาม ให้กับร่างกายของเรา โดยเจ้าต่อมนี้จะรับรู้ และ สร้างสารที่เรียกว่า เซโรโทนิน เป็นฮอร์โมนชนิดนึง ที่ทำให้เรารู้สึก สดชื่น คึกคัก ตื่นตัว เมื่อเจอกับแสงสว่าง ในเวลาเช้า นั่นแปลว่า

มันทำหน้าที่บอกว่าเราควรตื่นได้แล้วในเวลาเช้า ก็จะไปประจวบเหมาะกับการที่มนุษย์ใช้ชีวิต ในช่วงเวลาเช้ามาตลอด แต่ในทางกลับกันนั้น หากเราอยู่ในที่มืด หรือเราหลับตานั้น ต่อนี้จะกลับผลส่งให้เรารรู้จักกับเมลาโทนิน ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามที่ทำให้เรารู้สึก สบาย ผ่อนคลาย หรือควรนอนหลับพักผ่อนนั่นเอง นี่แค่เริ่มต้น ก็ทำให้รู้ว่าร่างกายของเราค่อนข้างพิศวงมากแค่ไหน และไม่ได้มีเพียงแค่ฮอร์โมนนี้ด้วย ยังมีอีกหลายๆอัน ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต เพราะมันจำเป็นต้องโปรแกรมให้ฮอร์โมน ทำงานสอดคล้องกับสภาพชีวิต และ ช่วงเราของร่างกาย และหากเราสามารถคอนโทลชีวิต

และจัดการให้สมองหรือร่างกาย ทำงานได้อย่างดี ตรงตามเวลาที่ควรจะเป็น จะส่งผลดีต่อชีวิตเราเป็นอย่างมาก แต่หากไม่ได้ปฎิบัติตามเวลาและนาฬิกาของชีวิต เป็นเวลานาน อาจจะเกิดอาการสะสมของเสียในร่างกาย เพราะเราปฎิบัติตัวผิดเวลาของอวัยวะ ดังนั้นการทำความรู้จักกับนาฬิกาชีวิต จึงเป็นตัวช่วย ที่แนะนำว่า คุณน่าจะต้องปฎิบัติตัวอย่างไร ในช่วงเวลาๆนั้น เพื่อให้ร่างกายของเราทำงานได้อย่างเต็มที่ ที่สุด

clock-work

เรามาดูกันเลยว่า นาฬิกาชีวิต ที่ดีเป็นอย่างไร และทำงานอย่างไร

01.00-03.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ดี ของการทำงานของตับ เพราะในช่วงนี้เรานอนหลับสนิท ตับจะทำหน้าที่ในการกำจัดของเสีย ผลิตอินซูลิน และน้ำดี ไว้ใช้ในการย่อยไขมัน และยิ่งการที่จะช่วยทำให้การทำงานของตับดีที่สุด ในช่วงเวลานี้นั้น ไม่ควรทานอาหารเพิ่มเติม เพราะตับกำลังทำงานในการกำจัดของเสีย หากทานเข้าไป จะทำให้อาหารตกค้างได้ เกิดภาวะเป็นพิษ

 

03.00-05.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ดี ของการทำงานของปอด เหมาะสำหรับการตื่นมาสูดอากาศที่ดี ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพราะปอดจะช่วยในการฟอกเลือดได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับภูมิ หวัด หอบหืด อาจจะต้องระวังสักนิดนึง เนื่องจากปอดจะขับของเสียออกมามากเป็นพิเศษ ทำให้ เกิดอาการของโรคมากเป็นพิเศษตามไปด้วย

 

05.00-07.00 น. เข้าสู่เฟส การทำงานของลำไส้ใหญ่ ดังนั้นกระบวนที่เกิดขึ้น แล้วดีที่สุดสำหรับช่วงนี้ คือ การขับถ่าย เพราะลำไส้ใหญ่ ทำหน้าที่ได้ดีมาก ในช่วงเวลานี้ ในเรื่องของการขับถ่ายของเสีย กากอาหาร ที่จะขับออกมาจากร่างกายได้อย่างดีที่สุด แต่ถ้าหากว่ามีปัญหาเรื่องของการขับถ่าย ในช่วงเวลนี้แล้วละก็ แนะนำให้ดื่มน้ำอุ่นสองแก้ว ถ้าบีบมะนาวใส่ได้ด้วยยิ่งส่งผลดี

 

07.00-09.00 น. ช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร ที่จะทำงานได้พีค ที่สุดในช่วงเวลานี้  ดังนั้นแล้ว ไม่ต้องถามเลยว่า คุณต้องทำอะไรในข่วงเวลานี้ นั่นคือ คุณสมควรทานอาหารเช้าในตอนนี้ เพราะกระเพาะอาหารจะดูดซึมได้ดีมาก ทำให้ร่างกายของคุณดูดอาหารที่กินเข้าไป ไปใช้ตามส่วนต่างๆได้อย่างเต็มที่ ไม่เป็นภาระในการตกค้าง ของพุง และ แขนขา อีกต่อไป

 

09.00-11.00 น. การทำงานของม้าม เริ่มต้นในเวลานี้ ดังนั้นแล้วสิ่งที่ไม่ควรทำมากๆ ก็คือ การกินนั่นเอง เพราะการกินในเวลานี้นั้น จะทำให้ร่างกายอ้วนง่ายมาก และการนอนหลับก็เช่นกัน อาจจะส่งผลให้ม้ามทำงานได้อย่างอ่อนแอ หรือไม่เต็มประสิทธิภาพ

 

11.00-13.00 น. ช่วงเวลาทำงานของหัวใจ พักผ่อน เบาๆ ผ่อนคลาย การทำงานหนักของหัวใจ ทำให้คุณไม่ควรเครียดเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจะส่งผลต่อระบบการสูบฉีดเลือด ทางที่ดีควรหาอะไรชิวๆทำ หรือ slow life เก็บแรงไปใช้ช่วงบ่ายจะดีกว่า

 

13.00-15.00 น. การทำงานของสำไล้เล็ก ทางที่ดีควรงดการกินดีกว่า เพราะการกินจะทำให้ขัดขวางการทำงานของลำไส้เล็ก และในเฟสนี้ สมองซีกขวาทำงานได้อย่างดี และการดูดซึมวิตามินก็ทำได้ดีด้วย และเต็มระบบอีกด้วย

 

15.00-17.00 น. การทำงานของกระเพาะปัสสาวะ เฟสนี้ การดื่มน้ำได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง และควรออกกำลังกายด้วย อย่ากลั้นปัสสาวะเด็ดขาด เพราะน้ำปัสสาวะ จะถูกดูดซึมเข้าไปในเลือด และฟังแล้วนั่นเป็นสิ่งที่แย่สำหรับร่างกาย ที่ไม่สามารถกำจัดของเสียออกไปได้ มีผลเรื่องความจำ ระบบสืบพันธ์ ไทรอยด์ และอาจจะส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 

17.00-19.00 น. การทำงานของไต เป็นเวลาที่คุณไม่ควรนอนเป็นอย่างยิ่ง ไตทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ ควรออกกำลังกาย หรือไม่อยู่นิ่งๆ ให้ร่างกายแอคทีฟ ตลอดเวลา กรองของเสียออกจากเลือด รักษาสมดุลร่างกาย ช่วยให้การทำงานของไตดีขึ้น

 

19.00-21.00 น. ได้เวลาของเยื้อหุ้มหัวใจ หัวใจให้สบาย พักผ่อนให้จิตนิ่ง ไม่ควรทานอาหารหนัก ออกกำลังกายหนัก เพราะจะทำให้คุณนอนหลับไม่สนิท หรือนอนไม่หลับ เนื้องจากเยื้อนี้ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของหัวใจ และช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่ดี ในการหมุนเวียนเลือด ส่งอาหาร ออกซิเจน  และเม็ดเลือดไปยังส่วนต่างๆ

 

21.00-23.00 น. การรักษาอุณหภูมิในร่างกาย โปรดทำให้ร่างกายอบอุ่น ไม่ควรอาบน้ำเย็นในช่วงเวลานี้ เพราะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ป่วยง่าย เป็นช่วงที่ระบบอวัยวะทุกส่วน ย้ำ ทุกส่วน ต้องการเวลาในการปรับสมดุล ดังนั้นอุณหภูมิร่างกายของคุณ จะลดลงร่างกายจะหลั่งสารเมลาโทนิน ควรนอนหลับพักผ่อน อย่าลืมจิบน้ำสักนิดก่อนนอน

 

23.00-01.00 น. ช่วงของถุงน้ำดี ที่มีผลดีมากกว่าที่คิด เพราะเป็นถุงน้ำสำรองจากตับ จะช่วยส่งไปเพื่อช่วยย่อยในลำไส้เล็ก หรือถ้าอวัยวะใดขาดน้ำ ถุงน้ำดีจะช่วยปล่อยน้ำ ไปช่วยซัพพอต แต่ถ้าดากถูกดึงมากเกินไป นั่นจะทำให้น้ำดีในร่างกายข้น ผลร้ายคือ สายตาเสื่อม เหงือกบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ปวดหัว แค่ถุงน้ำดีข้นนะเนี้ย จะทำอะไรต้องระวัง

 

บทความดีๆ เพื่อสุขภาพ และนี่คือการวางแผนและเวลาในการใช้ชีวิต ให้ตรงกับนาฬิกาของชีวิต เพื่อเสริมสร้างบาลานซ์ของชีวิต ให้เป็นไปอย่างมีความสุข และร่างกายมีความสมดุล สุขภาพดีกันทุกคนนะคะ